แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รัฐฉาน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ รัฐฉาน แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2562

เฮเลน เกรซ มาเดร่า ค๊อกซ์











อาจารย์ เฮเลน เกรซ มาเดรา ค๊อกซ์ สิริอายุ 97 ปี, 97, of Lancaster, จากไปอยู่กับพระคริสต์เมื่อ 8 มกราคม 2019 เกิดในเมืองเอลิซาเบธทาวน์ เป็นบุตรสาวของ ไอแสคไตตัสมาเดร่า และเอลซี่ เฮินเลย์ เลย์แมนมาเดรา เป็นภรรยาของ อาจารย์ เอริค เจมส์ เอ็ดการ์ ค๊อกซ์(เสียชีวิตก่อนหน้านี้ในปี 1983  เฮเลน จบการศึกษาจากวิทยาลัยพระคริสตธรรมโคลัมเบีย เมื่อปี 1942  และจากวิทยาลัยวีตตันคอลเลจเมื่อปี 1943 เฮเลนเดินทางไปเป็นมิชชั่นนารีในประเทศจีนเมื่อปี 1947  ในปี 1951 แต่งงานกับอีริค ค๊อกซ์  ทั้งอีริค ละ เฮเลน ไปอยู่ในภาคเหนือของประเทศไทยเมื่อปี 1952 และทำพันธกิจกับชนเผ่าเมี้ยน(เย้า) เฮเลน มีหน้าที่สอนพระคัมภีร์และการเขียนตัวอักษรจัดเตรียมบทเรียนภาษาให้กับผู้ทำการรุ่นใหม่ เฮเลนเป็นสมาชิกของคริสตจักรแคลวารี ที่เมืองแลงแคสเตอร์ เฮเลนมีลูก 6 คน มิเรียม มอแรน อยู่ที่เมืองสโตนเมาเท่น รัฐจอร์เจีย  ฟิลิป ค๊อกซ์ อยู่เมือง แชตตากูน่า รัฐเทนเนสซี จอห์น ค๊อกซ์ อยู่ที่เมืองฮอลแลนด์ รัฐมิชิแกน เอลิซาเบธ จั๊กเคท อยู่เมืองแบล้คเมาเท่น รัฐนอร์ทแคโรไลน่า เดวิด ค๊อกซ์ อยู่เมืองแมนเฮม รัฐเพนซิลวาเนีย
ปีเตอร์ ค๊อกซ์ อยู่เมืองแมลเวิน รัฐเพนซิลวาเนีย มีหลาน 10 คน และ เหลน 14 คน พิธีไว้อาลัยเฮเลน จัดขึ้นที่คริสตจักรแคลวารี 1051 ถนนแลนดิสวัลเลย์ เมืองแลงแคสเตอร์ เมื่อวันจันทร์ที่ 21 มกราคม 2019 เวลา 10.00 -11.00 น.

วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2561

ดวงตาที่สาม(นิมิต)

ตาดวงที่สาม(นิมิต)
ในหนังสือของเดล คาร์เนกี ตอนหนึ่งเขียนว่า "สองคนมองลอดกรงขังในเรือนจำ คนหนึ่งมองเห็นโคลน และ อีกคนมองเห็นดาว" ในสังคมที่ปราศจากนิมิตคนในสังคมนั้นคลำอยู่ในโลกมืดที่ไร้แสงสว่างนำทาง สังคมที่ไร้นิมิตจะจมอยู่ในปลักของสิ่งเก่าๆที่ไม่อาจจะพัฒนาการไปสู่การสร้างสรรค์ใดๆได้ กษัตรย์โซโลมอนจึงเขียนไว้ว่า "ที่ใดไม่มีนิมิตที่นั่นคนจะพินาศ" องค์พระเยซูทรงมองเห็นนิมิต "กำแพงกรุงเยรูซาเล็มถูกข้าศึกล้อมและทำลาย"ในขณะที่สาวกของพระองค์บางคนชมว่า "กำแพงเยรูซาเล็มแสนงาม" นิมิตช่วยให้เราเห็นตัวตนของเราในอนาคตที่ยาวไกล เราเรียกการมองเห็นนี้ว่า "วิสัยทัศน์" เราคงไม่สามารถมองเห็นมหาจักรวาลด้วยตาสองข้างเพราะว่ามันอยู่ไกลสุดวิสัยแห่งสายตาของเรา แต่กล้องของยานฮับเบิ้ลได้ส่งภาพห้วงอวกาศกลับมายังโลกทำให้เรามองเห็นโลกของเราหมุนอยู่ในห้วงมหาสุริยะจักรวาลของกลุ่มทางช้างเผือก “ตาเป็นประ‌ทีปของร่าง‍กาย เพราะ‍ฉะนั้นถ้าตาของท่านปกติ ทั้งตัวของท่านก็พลอยสว่างไปด้วย แต่ถ้าตาของท่านผิดปกติ ทั้งตัวของท่านก็พลอยมืดไปด้วย เพราะ‍ฉะนั้นถ้าความสว่างซึ่งอยู่ในตัวท่านมืดไป ความมืดนั้นจะหนา‍ทึบสักเพียง‍ใดหนอ" "พระเยซูทรงสอนถึงนิมิตว่า "ความสว่างซึ่งอยู่ในตัวท่าน" พระองค์สอนถึงดวงตาภายในจิตวิญญาณของเรา(insight) ดังนั้นให้เราแสวงหาเปิดตาดวงนี้ โดยการเข้าเฝ้าพระเจ้าโดยการอธิษฐานและการภาวนาพระวจนะอย่างจริงจัง เราจะได้รับนิมิตแห่งปัญญาญาณเป็นพิเศษ "สิ่งที่ตามองไม่เห็นและหูไม่ได้ยินพระเจ้าทรงเตรียมไว้สำหรับคนที่รักพระองค์